นิทาน สโนว์ไวท์ กับคนแคระทั้งเจ็ด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเจ้าหญิงแสนสวยผู้น่ารักนามว่า สโนว์ไวท์ ผู้อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงของเธอ ราชินีผู้งดงามแต่ไร้สาระ

ราชินีไม่อยากให้มีใครผู้ใดมางดงามกว่าตน นางจึงให้สโนว์ไวท์ใส่ผ้าขี้ริ้ว และให้นางทำกับข้าว, ปัดกวาดเช็ดถู และตักน้ำจากบ่อ เสมือนกับนางเป็นคนรับใช้

แต่ละวัน ราชินีจะเฝ้าคอยถามวิญญาณของกระจกวิเศษว่า ”กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?”

และทุกๆ วัน กระจกก็จะตอบว่า “ท่านสิคือผู้ที่งามเลิศในปฐพี”

แต่วันหนึ่งกระจกก็บอกว่า “แต่ช้าก่อน สาวใช้แสนน่ารักที่ข้าเห็นนั้น อนิจจาดูนางจะงดงามกว่าท่านนะ”

“อนิจจา น่าสงสารนางจริงๆ!” ราชินีร้องอย่างโกรธจัด “เอ๋ยชื่อนางมา”
“ริมฝีปากสีแดง ดั่งกุหลาบ, เส้นผมดำเงา ดั่งไม้มะเกลือ, ผิวกายขาว ดั่งหิมะ…” “สโนว์ไวท!”ราชินีอ้าปากค้าง

ขณะเดียวกัน สโนว์ไวท์อยู่ที่ลานบ้านกำลังขัดถูขั้นบันได เมื่อเธอเอนพิงบ่อน้ำเพื่อตักน้ำเพิ่ม เธอก็ร้องเพลงให้กับนกพิราบแถวๆ นั้นฟัง เธอบอกกับพวกมันว่าบ่อน้ำนั้นเป็นบ่อน้ำแห่งอธิษฐาน

แล้วสโนไวท์ก็มองลงไปในบ่อน้ำพร้อมกับอธิษฐาน-ขอให้นางพบกับรักแท้

ทันใดนั้น เธอก็เห็นเงาสะท้อนของหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง เธอมองขึ้นและเห็นเจ้าชายผู้หล่อเหลา

“โอ้!” เธอร้อง และวิ่งเข้าไปในปราสาท

เจ้าชายได้ยินเสียงร้องเพลง และได้พบกับสโนว์ไวท์ เขาได้เพียรพยายามค้นหาผู้ที่เขาสามารถจะรักได้ และเขาก็พบกับเธอ

“ข้าทำให้เจ้ากลัวเหรอ?” ชายหนุ่มเรียก
“ช้าก่อน-ได้โปรดอย่าวิ่งหนีไปไหน” เข้าเริ่มร้องเพลงให้กับเธอฟัง

สโนว์ไวท์ค่อยๆ เดินออกมาที่ระเบียงเล็กๆ เพื่อฟัง ด้วยหัวใจของนางเต้นอย่างแรง ความฝันของเธอเป็นจริงแล้ว! เธอจูบนกพิราบที่บินลงไปให้จูบเธอกับชายแปลกหน้า สโนว์ไวท์ไม่ได้รู้เลยว่าราชินีกำลังดูอยู่

เมื่อราชินีได้เห็นชายหนุ่ม และได้ยินคำพูดพร่ำถึงความรักที่มีต่อสโนว์ไวท์ นางรู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นางงตัดสินใจที่จะกำจัดสโนว์ไวท์เสีย ครั้งเดียวและตลอดไป

ราชินีเรียกตัวนายพรานมาพบ “พานางเข้าไปให้ไกลในป่าลึก….ที่ซึ่งนางสามารถจะเก็บดอกไม้ป่าได้” นางสั่ง “ได้พะย่ะค่ะ” เขาตอบ

“เมื่อถึงที่นั่น….เจ้าก็ฆ่านางได้เลย!”

“แต่ทูลกระหม่อม เจ้าหญิงน้อย-” เขาคัดค้าน

“เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าจะไม่ทำภารกิจล้มเหลว จงเอาหัวใจของนางมาใส่ในนี้” ราชินีผู้ดุร้ายกระหน่ำซ้ำ พร้อมกับส่งกล่องเล็กๆ กล่องหนึ่งให้เขา นายพรานผู้หวาดกลัวพาสโนว์ไวท์เข้าไปในป่า แต่เมื่อถึงช่วงเวลาอันเลวร้าย เขาไม่สามารถฆ่านางได้ลงคอ

            “ให้อภัยข้าด้วย!” นายพรานร้องพร้อมกับคุกเข่าลงข้างหน้าหญิงสาวผู้หวาดกลัว
            ”วิ่ง วิ่งหนีไปเลย!” ไปซ่อน!” เขาบอกเจ้าหญิงว่า ราชินีกำลังโกรธและอิจฉานางเป็นอย่างมาก และอยากให้นางตาย “อย่ากลับมาอีก!” เขาเสริม
             สโนว์ไวท์ผู้หวาดกลัววิ่งเข้าไปในป่าลึก ต้นไม้ใหญ่ดูเหมือนจะขยายตัวออกมา และพยายามมาคว้าตัวเธอไว้ ดวงตาลุกวาวจ้องเขม็งมาที่เธอจากเงามืด ท้ายที่สุด เธอทิ้งตัวลงไปบนพื้น แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างขมขื่น
             ท้ายที่สุด การสะอึกสะอื้นของสโนว์ไวท์ก็แห้งเหือดไป เธอแหงนหน้าขึ้นก็พบว่าตัวเองถูกรายล้อมไปด้วยกระรอก, กระต่าย, กวาง, นก และสัตว์ป่า นานาชนิด แต่เมื่อเธอลุกขึ้นนั่ง พวกมันต่างพากันออกไปหมด เธอเริ่มร้องเพลงให้พวกมันฟัง แล้วมันก็มาล้อมรอบตัวเธออีก แล้วเธอก็ขอความช่วยเหลือจากพวกมัน “พวกเจ้าอาจจะรู้ก็ได้ว่าฉันจะพักที่ไหนได้บ้าง”

เธอพูดกับพวกมัน บรรดานกร้องเสียงแหลมเพื่อบอกให้รู้ว่าพวกมันช่วยได้ และไม่นานนักบรรดากลุ่มชนในป่าก็พากันนำทางเธอไปยังบ้านเล็ก หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในที่โล่ง

“มันเหมือนบ้านของตุ๊กตาเลย!” สโนว์ไวท์พูด เธอแอบมองเข้าไปในบ้าน
“เก้าอี้เล็กๆ เจ็ดตัว….คงจะมีเด็กๆ อยู่เจ็ดคนแน่ๆ เด็กๆ ที่ไม่เรียบร้อยทั้งเจ็ดคน” สโนว์ไวท์คิดว่าหากนางช่วยพวกเขาทำความสะอาดบ้านพวกเขาอาจยอมให้นางพักอยู่ด้วยก็ได้

ตอนนี้ บ้านหลังเล็กเป็นของคนแคระทั้งเจ็ด ผู้ทำงานอยู่ในเหมืองเพชรใกล้ๆ นี้เอง ทุกๆ เช้าพวกเขาจะเตรียมตัวออกไปที่เหมือง พวกเขาทำงานทั้งวันในอุโมงค์ลึก ฟันก้อนหินล้ำค่าออกมาจากผิวโลกด้วยพลั่วคู่ใจ พวกคนแคระทั้งเจ็ดทำงานหนัก แต่พวกเขาก็มีความสุขเป็นอย่างมาก

              ในแต่ละเย็น ขณะที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน คนแคระทั้งเจ็ดจะหยุดทำงาน พวกเขาจะเก็บเพชรเม็ดใหม่ๆ ไว้ และเดินกลับบ้าน พวกเขารักที่จะผิวปากและร้องเพลงในระหว่างทาง ด็อกเป็นคนนำทางโดยถือตะเกียงของเขา ตามมาด้วย กรัมปี้, แฮปปี้, สลีปปี้, สนิชชี่, แบชฟูล และโดปปี้
               ขณะเดียวกัน บรรดานกและสัตว์อื่นๆ ก็ช่วย สโนว์ไวท์ จัดเก็บบ้านน้อยให้สะอาด พวกเขาปัดฝุ่น และหยากไย่ออก, ซักผ้าที่สกปรก และล้างจานชามทั้งหมด สุดท้ายด้วยความเหนื่อยล้า เธอจึงขึ้นไปชั้นบนที่ห้องนอน ที่นั่นมีเตียงเล็กๆ อยู่เจ็ดเตียง โดยแต่ละเตียงมีชื่อติดเอาไว้

“ด็อก, แฮปปี้, สนีซซี่, โดปปี้, กรัมปี้, แบชฟูล และสลีปปี้ เด็กอะไรชื่อตลกจัง!” สโนว์ไวท์เอ่ย “ฉันเป็นหญิงขี้เซาตัวน้อย” แล้วเธอก็หลับไปโดยทิ้งตัวอยู่บนเตียงเล็กๆ เหล่านั้น

เมื่อคนแคระทั้งเจ็ดมาถึงที่บ้านของเขา พวกเขาเห็นหน้าต่างทุกบานเปิดไว้
“จำคำฉันไว้นะ มันจะต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ” กรัมปี้พูด พวกเขาเอาหัวมาแอบดู อยู่ที่ประตู แล้วค่อยๆ ย่องเข้ามาข้างใน

 

           ”ดูสิ” ด็อกพูด “พื้น-ถูกกวาดซะเกลี้ยงเลย!”
           “หยากไย่ของเราก็หาย!” แบชฟูลพูดบ้าง
           “ถ้วยของฉันก็ถูกล้าง!”
           ”อ่างล้างจานก็ว่างเปล่า!”
           “มีบางอย่างที่กำลังหุงต้มอยู่ กลิ่นหอมดีด้วย!”
           ”อย่าไปจับมันสิ เจ้าโง่!” กรัมปี้ตะโกน
             ด็อกมองขึ้นไปข้างบนบันได “มันอยู่บนโน้น” เขาพูด คนแคระทั้งเจ็ดกระวนกระวายมากขณะที่พวกเขากำลังปีนบันไดขึ้นไป ต่างคนต่างจับกันไว้ด้วยความกลัว
             พวกเขาย่องเข้าไปในห้อง พอดีกับที่สโนว์ไวท์หาว และยืดแขนเธออกมาใต้ผ้าห่ม

ด็อกดึงผ้าห่มออกมาแต่ไม่มีสัตว์ประหลาดอยู่ที่นั่น “ทำไม นี่มัน-นี่มันผู้หญิงนี่!” ด็อกร้อง

สโนว์ไวท์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสะดุ้งเล็กน้อย เธอเข้าใจทันทีว่าไม่มีเด็กๆ ที่ไหน
“โอ้ ทำไม พวกคุณคือหนุ่มน้อยทั้งหลาย! คุณสบายดีมั้ย?” เธอเริ่มเอ่ยชื่อพวกเขา “ด็อก, แบชฟูล, สลีปปี้, สนีซซี่, แฮปปี้, โดปปี และกรัมปี้

“พวกเรารู้ว่าพวกเราเป็นใคร ถามเธอสิ ว่าเธอเป็นใคร” กรัมปี้พูด

“คุณคือใครล่ะ ที่รัก?” ด็อกถาม

“ฉันชื่อสโนว์ไวท์”

คนแคระทั้งเจ็ดอ้าปาดค้าง เจ้าหญิงสโนว์ไวท์!

“ได้โปรดอย่าส่งฉันไปไหนเลยนะ” สโนว์ไวท์ขอร้อง เธอบอกพวกเขาว่า “ราชินีจะฆ่าเธอ หากเธอกลับไปบ้าน” “ฉันจะดูแลบ้านให้พวกคุณนะ ฉันจะล้าง…จะเย็บ…จะทำอาหาร…”

“ทำอาหารเหรอ?” หนุ่มน้อยถาม เมื่อพวกเขารู้ว่าเธอสามารถทำพายกู๊สเบอร์รี่ได้ พวกเขาดีใจมาก

“ฮูเรย์!” คนแคระทั้งเจ็ดตะโกน “เธอจะอยู่ด้วย!” ด้วยความดีใจ สโนว์ไวท์วิ่งลงไปข้างล้างแล้วคนซุป ไม่ช้าเธอจึงเรียก “อาหารเย็น”

ขณะเดียวกัน ราชินีผู้ดุร้ายก็ไปหากระจกวิเศษอีก ”กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐพี?”

กระจกวิเศษตอบว่า “ข้ามหุบเขาเพชรพลอยไจดลูก หลังน้ำตกเจ็ดสาย ในกระท่อมที่คนแคระทั้งเจ็ดอยู่ สโนว์ไวท์งดงามที่สุด”

ราชินีบอกกระจกวิเศษว่าสโนว์ไวท์ตายแล้ว นางเอากล่องออกมาเป็นหลักฐาน

“สโนว์ไวท์ยังมีชีวิตอยู่” กระจกวิเศษตอบ” นี่คือหัวใจหมูทีเจ้ากำลังถืออยู่น่ะ!”

ราชินีรีบลงไปคุกใต้ดินในปราสาท

“ข้าจะต้องหาสโนว์ไวท์ด้วยตนเอง” นางผสมยาเสน่ห์หลายสูตรเข้าด้วยกันเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหญิงชราผู้น่าเกลียด

ตอนนี้เริ่มเวทมนตร์คาถามของท่านได้แล้ว!”

เสียงของราชินีเปลี่ยนเป็นหัวเราะเสียงดังแหลม ผมของนางกลายเป็นสีขาว มืออันงดงามของนางหดเป็นเหมือนกรงเล็บ และใบหน้าของนางก็มีริ้วรอยเหี่ยวย่นและหูดเล็กๆ ขึ้นเต็มไปหมด

“ฮา ฮา ฮา!” นางหัวเราะเสียงดังแหลม” ช่างเป็นการปลอมตัวที่สมบูรณ์แบบจริงๆ!”

นางเดินกะโผลกกะเผลกไปที่หนังสือเวทมนตร์คาถามของนางแล้วเลือกคำสาป “โอม! แอ๊ปเปิ้ลพิษ! หลับตา!” นางหัวเราะเสียงดังแหลม

“แต่ช้าก่อน-มันอาจจะมียาถอนพิษก็ได้ ไม่ควรจะมองข้ามอะไรไป โอ! อยู่ที่นี่เอง” นางร้อง “เหยื่อของการหลับตายจะฟื้นคืนสติได้ต่อเมื่อได้รับจูบแรกของรักแท้เท่านั้น จูบแรกของรักแท้เหรอ? เชอะ! ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย!”

หญิงแก่ผู้น่าเกลียดจุ่มแอ๊ปเปิ้ลลงไปในยาพิษที่ต้มไว้ นางดึงผลไม้สีแดงที่เปล่งประกายออกมา และสอดเข้าไปในตะกร้า

ในกระท่อม สโนว์ไวท์และคนแคระทั้งเจ็ดกำลังเลี้ยงฉลองกันอยู่

             ร้องเพลงอย่างสุดหรรษาขณะที่คนแคระคนอื่นๆ ก็เล่นเครื่องดนตรีประกอบไปด้วย โดปปี้ยืนอยู่บนไหล่ของสนีซซี่เพื่อที่ว่าเขาจะได้สูงพอๆ ที่จะเต้นรำกับสโนว์ไวท์ได้ ทุกอย่างกำลังไปได้สวยจนสนีซซี่รู้สึกว่าจมูกของเขาเริ่มกระตุกถี่ๆ “ฮะ-ฮะ-ฮะ-ฮาดดดดเช้ยยยย!”
             เช้าวันต่อมา คนแคระทั้งเจ็ดออกไปทำงาน “ตอนนี้อย่าลืมล่ะ ที่รัก ราชินีแก่ผู้มากด้วยเล่ห์เหลี่ยม” พวกเขาพูด “เพราะฉะนั้นระวังคนแปลกหน้าด้วยนะ”
             ”ฉันไม่เป็นไรจ๊ะ” สโนว์ไวท์พูดอย่างอิ่มเอม และเธอก็จูบโดปปี้ และคนอื่นๆ บนหัวก่อนพวกเขาออกไป
             ราชินีผู้ชั่วร้ายรีบเข้าป่าไป และหยุดเมื่อนางถึงลานที่โล่ง นางได้ยินเสียงอันไพเราะของสโนว์ไวท์ที่กำลังร้องเพลงอยู่ภายในกระท่อมขณะที่เธอทำงานบ้าน
             ”อะฮ้า!” ราชินีพูด “เจ้าพวกคนแคระจะออกไปและเธอก็จะอยู่ลำพัง….”
              ราชินีขึ้นไปที่หน้าต่างของกระท่อม และเห็นสโนว์ไวท์กำลังทำงานอยู่ในครัว
              “ทำพายอยู่เหรอ?” หญิงชราพูดด้วยเสียงต่ำ “อยากจะลองชิมแอ๊ปเปิ้ลของฉันมั้ย?” และนางก็ดึงเอาแอ๊ปเปิ้ลพิษออกมา
             สโนว์ไวท์ทั้งประหลาดใจและกลัวนิดหน่อย บรรดาฝูงนกรู้ถึงอันตราย และบินมาที่หญิงชรา พยายามที่จะขับไล่นางออกไป
              “ชู่ว! ชู่ว!” สโนว์ไวท์ร้อง รีบวิ่งออกมาจากบ้าน “เจ้าหมายความว่ายังไงที่มาทำร้ายหญิงชราผู้น่าสงสารแบบนี้น่ะ?” เธอนำหญิงแก่เข้ามาข้างในและให้นางนั่งลง
               บรรดาฝูงนกและสัตว์ต่างๆ มองดูด้วยความหวาดกลัว “เราต้องรีบไปเตือนพวกคนแคระที่อยู่ในเหมือง!” พวกมันร้องจ๊อกแจ๊กและพูดพล่ามต่อกัน แล้วพวกมันก็ไปทั้งบินและวิ่งไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
               แม่มดหยิบผลไม้สีแดงที่เปล่งประกายออกมา “ข้าจะบอกความลับให้เจ้าฟัง” นางเอ่ย
              มันคือแอ๊ปเปิ้ลแห่งความสมหวัง”
              “แอ๊ปเปิ้ลแห่งความสมหวังเหรอ?”
              “เพียงกัดหนึ่งคำ แล้วฝันของเจ้าก็จะเป็นจริง อธิษฐานตอนนี้สิ…แล้วค่อยกัดคำหนึ่ง”
              สโนว์ไวท์หยิบแอ๊ปเปิ้ลไป หลับตาลง อธิษฐานขอให้เจ้าชายหาเธอพบและกัดหนึ่งคำใหญ่
              ถึงตอนนี้ บรรดาสัตว์ต่างๆ ก็ไปถึงเหมือง พวกมันทั้งจิกทั้งดันคนแคระทั้งเจ็ดแต่พวกหนุ่มน้อยไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามีอะไรผิดปกติ จนสสุดท้าย สลีปปี้พูดว่า “หรือว่าราชินีเฒ่าจะจับสโนว์ไวท์ได้แล้ว!”
              “โอ้ ฉันรู้สึกแปลกๆ!” สโนว์ไวท์อ้าปากค้าง กลับเข้าไปที่กระท่อม ราชินีผู้ชั่วร้ายมองดูอย่างหระตือรือร้น สโนว์ไวท์หายใจลึกๆ เข้าเฮือกหนึ่ง แล้วก็ล้มลงบนพื้น แอ๊ปเปิ้ลพิษกลิ้งออกไป
              “ฮา ฮา!” หญิงแก่หัวเราะเสียงต่ำ “เธอจะยังหายใจอยู่-เลือดของเธอจะหนาขึ้น ตอนนี้ข้าจะได้เป็นผู่ที่งดงามที่สุดบนผืนแผ่นดินนี้”
              คนแคระทั้งเจ็ดมาถึงลานโล่ง ในขณะที่หญิงแก่ผู้อัปลักษณ์หายกลับเข้าไปในป่า
              คนแคระทั้งเจ็ดถลาเข้าหาราชินีอย่างรวดเร็ว ฟ้าผ่าลงมาและฝนกระหน่ำตก ราชินีเริ่มปีนหุบเขาหิน “นั่น นางอยู่นั่น! ตามไปเลย!” กรัมปี้ร้อง

 

               ราชินีปีนป่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายนางไปถึงยอดหน้าผาซึ่งไปไกลกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว “ข้าจะหักกระดูกพวกเจ้าซะ!” นางพูดด้วยเสียงแหลมพลางคว้ากิ่งไม้แห้ง นางพยายามที่จะผลักหินก้อนใหญ่ใส่คนแคระทั้งเจ็ด
                ทันใดนั้น แสงแปลบปลาบของฟ้าผ่าก็ผ่าลงมาตรงแนวหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผา มันแตกและร่วงลง…ลง…ไปในด้านล่างสุดของหุบเขา ทำให้ราชินีถึงแก่ความตาย
                คนแคระทั้งเจ็ดกลับมาที่กระท่อมก็พบ สโนว์ไวท์นอนสลบอยู่บนพื้น ดูเหมือนว่าจะตายแล้ว เธอดูช่างงดงามยิ่งนัก จนทำให้พวกเขาไม่มีกะจิตกะใจฝังนาง ดังนั้นพวกเขาจึงสร้างโลงสีทองและวางเอาไว้ในป่าแทน ทุกๆ วันพวกเขาจะนำดอกไม้ไปให้เธอ และบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลายก็จะแวะมาเยี่ยมเยียนเธอ
                 ในเวลาไม่ช้า ผู้คนต่างก็ได้ยินเกี่ยวกับหญิงบริสุทธิ์ที่นอนสลบไสลอยู่ในป่า เจ้าชายก็ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหญิงผู้นี้ เขาจึงตัดสินใจที่จะไปดูด้วยตาตัวเอง
                 ทันทีที่เจ้าชายไปถึงยังโลงศพที่ลานโล่ง เขาก็รู้ทันทีว่าเธอคือหญิงสาวผู้น่ารักที่อยู่ตรงบ่อน้ำแห่งคำอธิษฐาน ด้วยหัวใจแตกสลาย เขาจึงโน้มตัวลงไปและจูบสโนว์ไวท์ แล้วโค้งศรีษะลงคำนับในความเงียบ
                 ทันใดนั้น เปลือกตาของสโนว์ไวท์ก็กะพริบเปิดขึ้น เธอหาว ลุกขึ้นนั่ง และรู้สึกฉงนที่พบว่าตนเองกำลังมองตาอยู่กับเจ้าชายผู้เป็นที่รักของนาง เขาโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างเป็นสุขทคนแคระทั้งเจ็ดต่างพากันเต้นรำอย่างเฮฮา และฝูงสัตว์ป่าทั้งหลายก็คุยกันจ๊อกแจ๊ก อย่างดีใจเป็นที่สุด
                  สโนว์ไวท์จูบลาคนแคระทั้งเจ็ดทีละคน เจ้าชายอุ้มเธอขึ้นขี่ม้าขาวของเขา และนำทางไปที่ปราสาทของเขาแล้วพวกเขาก็แต่งงานกันที่นั่น และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดมา
HAPPY ENDING

กลับไปข้างบน



บทความโพสเมื่อ:พฤษภาคม 29, 2012

ความเห็น (1)

  1. แววเพ็ญ

    สนุกจุเบย

ใส่ความเห็น